วันเสาร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2557

Japan again จับมือ again !!!!!!!!!!!!!!!!!!!

สวัสดี~~~~~~~~

หลังจากห่างหายไปนาน (เพราะไม่รู้จะเขียนอะไรดี)
ตอนนี้ก็มีเรื่องให้เขียนแล้ว เย่ๆๆ
ก็ด้วยพอดีว่า เมื่อวันที่ 28 - 31 มีทริปไป ญี่ปุ่นพอดี
(ซึ่งเป็นครั้งที่7แล้ววว สำหรับญี่ปุ่นของข้าพเจ้า)

ครั้งนี้ไปก็ด้วยเนื่อจากว่า
ข้าพเจ้าได้ลงบัตรจับมือไว้ซึ่งเป็นบัตรของซิง36(ซิงโหวตนั่นเอง)
ทำให้รอบนี้เรามีบัตรอยู่พอประมาณเลยทีเดียว พอใกล้ๆถึงเวลาก็เลยหาตั๋วไปฮี่ๆ
แต่รอบนี้ดีหน่อยไม่ต้องบินคนเดียวเหมือนเกือบทุกที คราวนี้มีญาติติดสอยห้อยตามไปด้วยอีกคน
เที่ยวด้วยกัน แล้วพอวันงานค่อยแยกกัน เย่ๆๆๆๆ


(ภายในเครื่อง คือไม่กล้าถ่ายทางอื่น มีคนนอนกันอยู่)

รอบนี้บินการบินไทย A380 ด้วย เป็นครั้งแรกเลยที่ได้ขึ้นลำใหญ่ขนาดนี้ แต่ไหงขึ้นไปแล้วคนโล่งมาก
น่าจะโหลดประมาณ 60-70% แถวข้างๆข้าพเจ้านี่ นอนกันสบายเลย
ก้นั่งๆกินๆดูหนังไปเรื่อง นอนไป 2 ชั่วโมง ก็ถึงบ้านเกิด เมืองเกิดพารูรุพอดี ><



(พารูรุกับตั๋วรถไฟ เป็นพวงกุญแจที่เราพกไปไหนมาไหนตลอดเลย)

ตามสเตปนั่งรถไฟที่ถูกสุดเข้าเมือง คือมันไม่ได้ดีแค่ที่มันถูกนะ(1,030 เยน) แต่ถ้านั่งขบวนนี้เราจะได้เห็นทั้งนักเรียนญีปุ่น หรือคนทำงาน ชาวบ้านทั่วไปขึ้นด้วย ซึ่งมันก็จะเริ่มสัมผัมความเป็นญี่ปุ่นได้พอดี
.
.
.

รอบนี้ก็ได้ไปที่ๆไม่เคยมาซํกที คือศาลเจ้าเมจิ
(คือที่ไม่ชอบมา เพราะมันจะเป็นป่าๆ เราไม่ชอบอะไรที่มันชื้นๆ)
พอไปถึงก็รู้สึกว่าอื้มมม มันใหญ่ดีนะ แค่นั้นแหละ ฮ่าๆๆๆ


ได้ไปเขียนคำอธิษฐานบนแผ่นไม้ด้วย เขียนภาษาไทยไปเลยยยยย ฮี่ๆๆๆ


แล้วก็แวะไปโตเกียวทาวเวอร์ ซึ่งฝนตก ฮ่าาาาาาา
แฉะมาก แต่ก็สวยดี เรารู้สึกว่ามันดูคลาสิคกว่า สกายทรี นะ
ถ่ายรูปตัดกับท้องฟ้ามันจะสวยดี มีสีตัดกัน (แต่ฟ้าครึ้มมาก ขี้เกียจหยิบกล้องอีก เลยเอามือถือแชะเอา)

(ครึ้มมากกกกกกก)

.
.
.
.

หลังจากนั้นก็พาญาติไป Cafe AKB ด้วยกัน ซึ่งก็ไปเจอน้องน่ารักผมสั้นด้วยยยยยย
แต่ไม่กล้าขอถ่ายรูปฮ่าาาาาา **เขิน**

สำหรับ Cafe AKB ถ้าเค้าไปจะแบ่งเป็น 2 zone คือโซนที่เป็นคาเฟ่ กับโซนที่เป็นเธียเตอร์
ซึ่งเราก็เข้าเธียร์เตอร์ตลอด เพราะมันชอบเปิดสเตจให้ดู ดูไปเพลินๆ จอใหญ่ๆ

แล้วสำหรับในคาเฟ่ ใครเข้าไป 1 สิ่งที่ถูกบังคับให้ต้องสั่งเลยคือน้ำ 1 แก้ว
จะเป็นอะไรก็ได้ เช่น โค้ก น้ำผลไม้ ชา กาแฟ ไรงิ
สั่งไป ก็จะให้นั่งได้ 1 ชม.
(ส่วนพวกข้าว หรือของหวานไม่บังคับสั่งจ้า)

1 ใน ไฮไลท์ของคาเฟ่คือ เมื่อคุณสั่งน้ำ 1 แก้ว คุณจะได้สุ่มที่รองแก้วมา 1 ใบ !!
ซึ่งจะสุ่มจากเมมเบอร์ AKB ทั้งหมด ซึ่งเยอะมาก หาได้คนดังๆยากมาก
แต่รอบนี้เราได้ มาโกะ เฮ่ๆๆๆๆ ถือว่าดังอันดับต้นๆของวงเลย
ซึ่งที่รองแก้วนี่ เราไม่ค่อยเห็นใครเอามารองกันนะ ส่วนใหญ่จะสะสมก่อน

เอออออ...นี่ตอนไปโต๊ะข้างๆ มา 2 คน สั่งน้ำกันไป 5-6แก้วได้ เพลินเลย 555555555

บรรยากาศในคาเฟ่ ตอนนั้นไปก็ดึกละ คนไม่เยอะเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ก็มานั่งกันขำๆ
บางคนก็นั่งอ่านหนังสือไปเพลินๆ

รอบนี้เราสั่ง Latte กินกันตอนดึกเลยทีเดียว
แล้วก็สั่งขนมมาเป็น Caramel Cerpe cake
ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า อาหารใน Cafe นี่ รสชาติไม่สมราคา
แต่..................... เครปเค้กอันนี้หร๊อยมากกกกกกกกกกก พูดแล้วอยากกินเลย ใครไปห้ามพลาด
เอออออ แถมเป็นเมนูที่ Watanabe Mayu นำเสนอด้วย โอชิมายุห้ามพลาดเลย ถถถถถถถถ

คิดเงิน กาแฟ 2 แก้ว แล้วก็เค้ก 1 จาน ถือว่าราคาโอเคเลย ไม่เฟ่อเว่อร์วีว่า ไรมากมาย.
.
.
.
แล้วคืนนี้เอง ที่เราก็ต้องนั่งบัสไป นาโกย่า เพราะงานจับมือมีขึ้นที่นาโกย่า (เราลงเครื่องที่โตเกียว)
นี่ใช้ชีวิตได้ทรหดมาก นั่งรถ 300 กว่ากิโล เพื่อไปจับมือ ค้าง 1 คืน แล้วอีกวันต้องนั่งซินคังเซนกลับเพื่อไปขึ้นเครื่องกลับที่โตเกียว !!!!!!!!!!!!!!

บัสที่นั่งคราวนี้ก็ยังใช้บริการ Willer Bus เหมือนเดิม ด้วยเหตุผลเดียวเลย คือจองง่าย
จ่ายทางเน็ทได้เลย


(บัสไฮโซมาก)
แต่รอบนี้พิเศษหน่อย ข้าพเจ้านั่งบัสแบบไฮโซไป ฮี่ๆๆๆ
เวลาเข้าไปจะเหมือนเป็นบล๊อกส่วนตัว มีจอทีวี มีคอกกั้นให้ ยืดตัวได้เกือบสุด
คือมันหลับสบายมาก ตอนแรกเข้าไปก็รู้สึกอัดอัด แต่พอนอนจริงๆสบายสุดๆ
แต่ก็แลกมาด้วยราคาที่ถูกกว่า ซินคังเซน แต่ 2000-3000 เยนแค่นั้นเอง
แต่คิดซะว่า ไม่ต้องเสียค่าโรงแรม 1 คืน ก็ขอมาจ่ายแพงๆ ดีกว่าไปนั่งเมื่อยๆ แล้วต้องมาเพลียอีกวัน
แบบนี้ก็ถือว่าโอเคอยู่นะ
.
.
.
.
เมื่อมาถึง Nagoya ก็เอากระเป๋าไปฝากโรงแรม แล้วก็ตรงดิ่งไปที่งานจับมือกันเลย !!!!
สำหรับวันแรก คือวันที่ 30 สิงหาคม
เรามีบัตรจับมือประมาณ 80 ใบ
ซึ่งเป็นบัตรพารูรุ ประมาณ 20-30 ใบ


(นี่คือบัตรจับของ พารูรุทั้งหมด)
****สำหรับคนที่ไม่ค่อยรู้เรื่อง AKB48 จะขออธิบายเรื่องงานจับมือสั้นๆนะครับ****

สำหรับงานจับมือที่เราเป็นนั้น เข้าเรียกว่างานจับมือเดียว ซึ่งเราจะต้องสั่งจองบัตรจับมือล่วงหน้าก่อน ลงทะเบียนไปว่าอยากจับกับใคร กี่ใบ กี่รอบ แล้วถ้าคนที่เราอยากจับด้วย มีคู่แข่งแย่งบัตรกันเยอะ ระบบก็จะสุ่มหาผู้โชคดีว่าใครจะได้จับมือ หลังจากสุ่มได้เรียบร้อยก็จ่ายเงิน

ราคา 1,000 เยน/ใบ ซึ่งจะจับได้ 10 วินาที และได้ซีดีซิงเกิ้ลนั้นอีก 1 แผ่น สำหรับงานจับมือเราก็ประมาณเข้าไปต่อคิว แล้วเมมเบอร์ก็จะยื่นมือมาให้จับ แล้วเราก็คุยอะไรก็ได้กับเมมเบอร์ ถ้ามี 1 ใบ ก็คุยได้ 10 วิ มีกี่ใบ ก็คูณกันไปเลย  บางคนคุยกันที 10-20 นาทีก็มี แหะๆ

 (นี่คือภาพบางส่วนที่แอบๆถ่ายมา)

และนี่คือเมมเบอร์บางส่วนในงานวันนั้นที่
 เราไปจับด้วย เมมเบอร์ใส่ชุดตามนี้เลยฮะ
คงไม่เล่าทุกคนนะครับ มันเยอะมาก แต่จะเล่าบางคนพอละกัน ^ ^ 

------------------

คนแรก พารูรุ ฮะ
(โอชิของเราเอง T.T )

คือพารูรุก็ยังเป็นพารูรุ เย็นชาใส่แฟนๆเหมือนเดิม ไม่ว่าจะมีกี่ใบไปจับ ฮ่าาาาา
บางทีก็แอบน้อยใจบ้าง ว่าแหม่ เราบินมาตั้งไกล ก็ดีกับเรานิดนึงสิ แหะๆ
แต่ก็เข้าใจครับ และนี่ก็เป็นส่วนนึงที่ยังชอบพารุด้วย เพราะเป็นคนทำอะไรตามใจตัวเองนี่แหละ
เกรียนดี ไม่เหมือนใคร และคงไม่มีเมมเบอร์คนไหนอยากเหมือนด้วยฮ่าาาา
(แต่ถ้าเกิดไปจับ แล้วพารุดีด้วยมากๆ เราก็ต้องคิดว่านี่มันแสร้งทำแน่ๆ 5555555)
 
ชุดที่ใส่วันนั้นฮะ ใส่ชุดเดียวกับ มิโอรินเลย แหม่ หมั่นเขี้ยวเจรงๆๆๆๆๆๆ

-----------------------------------------

Furuhata Nao
(ไลน์อันดับ 2 ของเรา)

คือชอบนาโอะเพราะไรนี่ยังงงๆอยู่เลย แต่ชอบมานานมากละฮ่าาา แบบว่ามันถูกจริต
แถมครั้งนี้มีโมเม้นกับนาโอะพอสมควรเลยนะ

มีบัตรนาโอะวันแรก 8 ใบ
วันที่สอง อีก 2ใบ

วันแรกเนี่ยเราเข้าไปคุยกับนาโอะ ก็คุยญี่ปุ่นคำอังกฤษคำ
แล้วพอบางท่อน คุยอังกฤษไป น้องเค้าก็งง คือพยายามอธิบายให้เข้าใจง่ายๆช้าๆ
น้องเค้าก็งงอยู่ดี แล้วแบบ มันน่ารักมากจังหวะนั้น งงกันจนจะหมดเวลา
แล้วเค้าก็บอกว่า บาก้าๆๆ โกเมนนาไซ (เค้าขอโทษ เค้ามันโง่ไรงิ) เราก็ขำ
แล้วต่างคนก็ขำกันจนหมดเวลา

พอมาถึงอีกรอบ เราเดินเข้าไป ทีนึ้ เราก็ไม่คิดหรอกว่าเค้าจะจำได้(เพราะคนจับเยอะมาก)
เราก็ไปบอกว่าร้องเพลงให้เราฟังหน่อยสิ พูดเป็นภาษาญี่ปุ่นไป
นาโอะก็ตอบมาว่า No! No! No! No! No! No! No! นี่พยายามตื้อ นาโอะก็โนๆๆๆ
(คือดูออกว่ามันกวนตีนใส่ 55555)
พอออกมาจากเลน ก็นึกขึ้นได้ เห้ยเค้าตอบ No! ทั้งๆที่เราพูดญี่ปุ่นไป แสดงว่าจำได้นี่หว่า ว่าเรามาจากต่างประเทศ วร้ายยยยยยยยย จากตอนแรกเฟลๆ ดีใจเลย 55555

แล้วสิ่งที่ทำให้ชัดเจนอีกว่านาโอะจำได้ คืออีกวันเราเข้าไปหา แล้วนาโอะก็พูดว่า ไทๆๆๆๆๆๆๆ
***ปริ่มเลย*** แล้วเราก็บอกนาโอะไปว่า นี่เราจะกลับไทยละนะ แต่เด๊่ยวปีหน้ามาหาใหม่แน่นอน นาโอะก็ยิ้มแก้มบานตาหยี เกร๊ดดดดดดดดดดด* น่ารักม๊วกกกกกกก
  
(ชุดที่นาโอะใส่นะวันนั้น)

อยากให้ถึงรอบหน้าเร็วๆแล้ว กลัวนาโอะจะลืมหน้า (ลืมชัวร์ 55555)

---------------------------

Watanabe Miyuki
(ไลน์อันดับ 3)

เราเคยมาจับกับมิยูกิรอบนึงละ ตอนนั้นมีแค่ใบเดียว ซึ่งได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างอันใดพี่เอย
ของมิยูกิมาเยอะมาก ว่าเป็นเทพแห่งการจับมือ เทพเจ้านักตกปลาไรงิ
รอบนั้นเลยพร้อมไปโดนตกเต็มที สรุปตกไม่ติด เฉยๆมาก 555555
รอบนี้เลยไปด้วย ความธรรมดาไม่คาดหวังไรมาก

เรามีบัตรมิยูกิทั้งหมด 3 ใบ
แต่คราวนี้เข้าไปต่างจากคราวที่แล้วสุดๆ
คือมันสะดิ้งมากกกกกกกก พอเราบอกว่ามาจากไทย มันก็พูดว่า
"ขอบคุณนะ"
พูดแบบเบาๆ เล่นหูเล่นตา
คือ แบบ สะดิ้งไปปปปปปปปปปปปปปป
แล้วพอเราขอให้ร้องเพลงให้หน่อย ก็คิดว่าเค้าจะร้องเพลงไร
สรุปคือร้อง Ibiza มา แถมเต้นด้วย เต้นเหมือนคนคันนิ้วเท้าอ่ะ คือมันสะดิ้งไปปปปปปปปปป
55555555555555555
โอ้ยยยยยย ติด ติดชัวรๆ

(ชุดมิยูกิ วันงานจับมือ)


มิ้วเนี่ย เวลาพูดชอบยื่นหน้ามาใกล้ๆด้วย ><
--------------------------------------------------------------------------------

Matsui Rena

สำหรับเรนะเนี่ย เราเฉยๆนะ แต่ลงไปเพราะคิดว่าซักครั้งต้องลองจับเรนะดู
เพราะถือว่าเป็นคนดังคนนึงของวง
แต่พอจับเข้าจริงๆนี่ดีมาก
ตอนเราจับมือเรนะ ตัวเรากับเรนะนี่ห่างกันพอสมควร เรนะเลยกระชากเราให้เข้าไปใกล้ๆเลย
นี่แอบอึ้งนะ พอเข้าไปใกล้ๆนี่ เห็นถึงความสวย ออร่าฟรุ้งฟริ้งเลย ลืมหมดว่าพูดไรไป ถถถถถถถถ


(เฮียมีหมีแพนด้าด้วย ไม่รู้จะมุ้งมิ้งไปไหน)

-------------------------------------------------------------------------------

Yagura Fuuko

ที่ประทับใจ ไม่มีอะไรมากเลย คือชุดจะมุ้งมิ้งไปไหน
มันหวานมากตอนพูดคุยกัน ฮ่าาาา แล้วเราก็ชอบฟูจัังตอนที่โดนบันจี้จั้มด้วย
เลยไปบอกว่า ฟูจังสุดยอมากนะบันจี้จั้มเนี่ย !!!!


-----------------------------------------------------

kawakami chihiroคือตัวจริงน้องน่ารักมาก ดูเด็กมากเลยยยยยย น่าทะนุถนอม ><!
แล้วพอดีมีน้องที่ไปด้วย เค้าต่อก่อนหน้าเรา แล้วก็บอกกับจิฮิว่า เราเป็นเพื่อนเค้า
จิฮิก็โบกมือให้ก่อนเข้าเลน ฮือออออ น่ารักกกกกกกก
ถ้าไปอีก ก็ว่าจะไปเจออีกรอบ  แล้วเราก็ชอบคู่จิฮินางิสะ ด้วย
คราวหลังจะไปบอกเองเลย ว่าชอบคู่นี้ม๊ากกกกกกกกก


------------------------------------------


Shibuya Nagisa

คือตอนแรก เรากะจะจับแค่วันที่ 30 วันเดียว วันที่ 31 จะได้นั่งบัสกลับได้
เพื่อที่จะเซฟเงินไว้เผื่อมารอบหน้า
แต่ไม่รู้อะไรดลใจ เราดันไปถูกใจน้องคนนี้เข้า จากรายการเต่าทอง
น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก
และด้วยความที่วันที่ 30 ไม่มีบัตรจับมือน้อง(ตอนที่ลงซื้อไปไปยังเฉยๆ)
แล้วอยู่ดีๆ ซิงเกิ้ล 37 ก็ประกาศวันจับมือมาคือวันที่ 31
โฮรวววว เหมือนสวรรค์ดลใจ ให้เสียตังเพิ่ม
เลยได้ลงน้องเค้าไป 2 ใบ
(พร้อมกับต้องเสียค่า ซินคังเซนกลับโตเกียว -*-)



คือเป็นเด็กผู้หญิงที่น่ารักมากเลย เสียงห้าวๆแบบในทีวี
(แถวต่อจับมือยาวมาก)
ตอนเข้าไปนี่ทุกสิ่งอย่างลืมหมดเลย ว่าจะพูดไรไป
แต่ก็บอกไปแหละ ว่าดีมใจมากที่ได้มาเจอกันซักที ปีหน้าจะกลับมาหาใหม่แน่นอน
น้องเค้าก็ดีใจตามประสาที่เมมเบอร์ทุกคน ทำเหมือนกันเกือบหมด ถถถถถถถถถถ

โฮรวววววววว์ นี่คือดีจริงๆนะ น่ารักจริงๆ บัตรจับก็ลงไม่ยากด้วย น่ารักด้วย
มึนด้วย สวยด้วย  ชอบบบบบบบบบบบ
แต่เราก็ยังให้เป็นอันดับ 4-5 อยู่ดี ยังแซงทอปๆของเราไม่ได้ แต่ความเอ็นดูเราให้ที่ 1 เลย ><

.
.
.
.
.
แล้วงานจับมือรอบนี้ของข้าพเจ้าก็จบลง เหนื่อยมากที่สุด แต่ก็ฟินที่สุด
แถมรอบนี้ได้เพื่อน ญี่ปุ่นกลับมาอีก 1 คน ซึ่งเจอกันตอนพักเบรคจับมือ
และขากลับที่นั่งรถไฟกลับก็เจออีกรอบ เลยแลกทวิตกัน
.
.
.

อ่อออ มีอีกนิด รอบนี้เค้ามีกิจกรรมให้เล่น แต่ไม่ได้ไปเล่นกับเค้าหรอก เดินไปดูพอดี ก็เห็นเมมเบอร์เด็กๆมาเล่นกัน เลยถ่ายรูปมาด้วย (แย่งถ่ายกับ โอตะญี่ปุ่นนี่ง่ายหน่อย เค้าตัวไม่ค่อยสูงกัน 555)



--------------------------------------------------------------

แล้วก็นั่ง ซินคังเซนกลับโตเกียว
(ฟิ้วววววว ก็ไม่รู้สึกว่าเร็วเท่าไหร่ 5555555 หลับตลอดทาง)




แวะชอบปิ้งรูป ได้รูปนางิสะมา 1 ใบ 980 เยน
(สลบแปร๊บ ตอนนั้นหน้ามืด ไม่รู้อะไรดลใจ ใบละเกือบ 300บาทแน่ะ)



ส่วนพารูรุรูปขวา เอาไปแลกมากับน้องสาวคนนึง โฮรววววว์ดีใจ

พอถึง โตเกียว ก็เอาของไปเก็บไปอาบน้่ำที่โรงแรมที่จองไว้ อีก 1 คืนเพื่ออาบน้ำกับจัดของโดยเฉพาะ !!!!!!!!!!!!!!!!!



คือโรงแรมก็โอเคเลยนะ อยู่ใกล้สถานี ใหม่ ดูฮิปๆ มาคราวหน้าถ้ามาแบบรวยๆ อาจจะมาพักที่นี่หลายๆคืนแหะๆ
.
.
.
.
.
.
จากนั้นเราก็บินกลับไทย ด้วยเที่ยวบิน TG อะไรซักอย่างเวลาเที่ยงคืน ที่สนามบิน Haneda 
(แรงหมด ไม่ได้ถ่ายรูปไว้เลย)


ทำให้นี่เป็น สนามบินนานาชาติแห่งที่ 4 ของญี่ปุ่นแล้ว ที่เราได้ขึ้น ต่อจาก
Narita, Kansai Airport, Fukuoka Airport
ฮี่ๆ อยากขึ้นให้ครบทุกสนามบินเลย (เพื่อรายยยยยยยยยยยยยย ........)


.
.
.
.
.

บทสรุป

เป็นอีก 1 ทริปที่ข้าพเจ้ามีความสุขมาก ไม่เหนื่อยมากนัก ได้ไปเจอเมมเบอร์ที่อยากเจอครบ
ได้ไปเที่ยวในที่ๆไม่เคยไป ได้มีเพื่อนเที่ยวที่โตเกียว ได้เจอเพื่อนญี่ปุ่นใหม่ๆ
ได้รู้จักน้องนิสัยดีจากไทยคนนึง

และตอนแรกก็คิดว่าสำหรับปีนี้คงเป็นทริปญี่ปุ่นทริปสุดท้ายละ ก่อนที่ปีหน้าจะว่ากันใหม่
แต่พอกลับมาได้อาทิตย์นึง ก็มาคิดว่า เราทนคิดถึงเด็กๆไม่ไหว ต้องเฉาตายก่อนแน่เลย
จึงอาจทำให้ปลายปีเราอาจมีอีกทริปนึงก็เป็นได้  (;_____;  ) ***หมดตูด***

บ้ายบายจ้า ไม่รู้จะเขียนไรละ รอบนี้เวิ่นเว้อยาวนาน ขอบคุณที่อ่านจนจบ
หรือบางคนแค่เลื่อนมาอ่านบรรทัดสุดท้ายเฉยๆ 555555
ก็ถือว่าได้อ่านตอนจบ ฮ่าาาา

ไปแล้วววฟิ้ววววววววว เจอกันใหม่ เมื่อใจต้องการ

สวัสดี

วันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2557

Fahsion สบายๆ สไตล์ Shimazaki

สวัสดีฮะ
ช่วงนี้ เริ่มครึ้มๆ อยากจะอัพบล๊อกอย่างน้อยเดือนละครั้ง
แต่มันติดที่ว่า จะอัพอะไรดี ที่ไม่ซ้ำกับท่านอื่นๆ
สรุป ก็เลยไม่ได้อัพซักที
แล้วเมื่อซักอาทิตย์ที่แล้ว ข้าพเจ้านั่งไล่เซฟรูปพารุไปเรื่อยๆ แล้วมาเห็นแฟชั่นพารุแบบ สวยอ่ะ
ช่วงนี้ใส่ชุดอะไรก็ดูสวยไปหมด เลยมาคิดว่า เออ.... เรามานั่งทำลิสต์ดีกว่า ว่าชุดพารุที่สวยๆเนี่ย
ราคาแพงมั้ย อะไรยังไง ก็เลยมาเริ่มจากเท่าที่หาได้

(ซึ่งก็หาได้ไม่กี่ชุด ถถถถถถถ แต่อยากจะทำอ่ะ !!! ไหนๆ ก็หามาละ ช่วยๆ อ่านกันหน่อยนะเคอะ ฮ่าาา)

เริ่มกันเล๊ย !!!

----------------------------------------------------
มาที่ชุดแรกฮะ








เริ่มกันที่ชุดนี้ มีหัวใจอยู่ตรงกลาง เขียนว่า “Please kill me” (ฆ่าฉันที) ปล. ชุดนี้เราเห็นท่านใส่กับตาตัวเองเลยเดียว ตอนนั้นใส่วันงานจับมือที่เราไปพอดี โฮะๆๆ

สำหรับเสื้อตัวนี้เป็นแบรนด์ของ G.V.G.V.





ราคาไม่เท่าไหร่ฮะ สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 19,000 เยน ก็ประมาณ 6,000 บาทเท่านั้นเอง
(สมกับที่เขียนบนเสื้อฮะ "ฆ่าฉันเถอะะ")

----------------------------------------------------------
ตัวต่อมา

 



เสื้อยืดสีขาวดูธรรมดา แต่ท่านใส่แล้วท่านดูสวยที่สุดในโลก มีตัวหนังสือสีดำ เขียนอยู่กลางเสื้อว่า “Clueless” (ไม่รู้อะไรเลย) อ่อมมมมมม......ชั้นแปลถูกม้ายยย

และสำหรับเสื้อตัวนี้ ก็เป็นแบรนด์  
G.V.G.v. เช่นเดิม



แต่ตัวนี้ถูกกว่าฮะ โดยมีสองสีให้เลือก สนนราคาไม่แพง 15,750เยน หรือประมาณ 5,000 บาท เท่านั้นเอง

-----------------------------------------------------
สำหรับชุดต่อมาฮะ 




น่ารักเชียว ทำท่าเลียนแบบ Cheer leader บนเสื้อด้วย >///<

สำหรับเสื้อตัวนี้ ก็ยังอยู่ที่แบรนด์เดิมครับ
G.V.G.V.(สังสัยซื้อเหมาโหลมา หึหึ)

 




ไม่แพงฮะตัวนี้ เราๆพอมีปัญญาซื้อใส่ไปจับมือกับท่านได้ สนนราคาที่ 12,600 เยน หรือประมาณ ตัวละ 4,000 บาท สบายๆเนอะ เบๆๆ



ยังคงอยู่ที่ชุดเดิมนะฮะ ทีนี้ลงมาดู ถุงเท้าท่าน พอดีเห็นลายสวยดี เหมือนธงชาติบางประเทศ เหอๆๆ


มองถุงเท้าก่อนนะฮะ อย่าเพิ่งมองรองเท้า ถุงเท้านั่นเราๆยังพอซื้อกันได้ ฮ่า ถุงเท้าสีขาว มีแถบแดงกับแถบน้ำเงินคาด พร้อมตัวอักษรความว่า “KOKOMO”

สำหรับถุงเท้าคู่นี้ เป็นแบรนด์ของ
PAMEO POSE



สำหรับราคา มิแพงเลยมิแพง หาซื้อกันได้ราคาสบายกระเป๋า 1,980 เยน หรือประมาณ 630 บาท ต่อ 1 คู่  แต่ถ้าใครซื้อมาใส่ในไทย ก็ระวังๆหน่อยนะฮะ คนไทยอ่อนไหวกับสีพวกนี้นิสนึงงงง

ต่อเลยฮะ ต่อๆๆ 
.
.
.


มาดูรองเท้าท่านกันบ้าง จากคู่ข้างบน ท่านก็ใส่มาถ่ายลง Instagram โชว์กันอีกรอบ



เป็นแบรนด์ที่ข้าพเจ้า คุ้นเคยดีฮะ ซื้อของก็อป มาใช้เดินตลาดเก๋ๆ สำหรับ CHANEL ข้าพเจ้าให้เป็น ไฮไลท์ ขีดตัวหนา ดอกจันทน์ 3ดอก 4ดอกเลยฮะ หายากจริงๆ ว่าตกลงมันรุ่นอะไร ขายเมื่อไหร่ 


CC Logo Shoes Sneakers Black Canvas France



ซึ่งน่าจะเป็น  Season เก่า พอสมควร แต่ดูจากรูปที่ท่านถ่ายใน ดูใหม่มาก น่าจะเก็บไว้อย่างดี
สภาพมือสองเห็นขายในเว็บ ต่างประเทศ แบบแย่ๆ เขรอะๆ มีกลิ่น มีรอยถลอก แบบรูปข้างบน ยังขายกันคู่นึงร่วมหมื่นบาท ถ้าเป็นมือหนึ่งคิดว่าคงไม่มีขายแล้ว
Limited ฮะ สวยๆ รวยๆ ชาบูๆ


--------------------------------------------------------------------------



ไหนๆ ก็พูดถึง Chanel แล้ว ท่านก็มีสินค้าจาก Chanel อีกอย่างให้เราได้ชื่นชมกัน อันนี้มีปัญญาซื้อกันทุกคนฮะ
เป็นรูปที่ท่านถ่ายลง  
Instagram
ฮะ
  


เป็น น้ำยาทาเล็บ สีชมพู๊ ชมพู ของ Chanel เบอร์ 619   


เป็นตัว Limited สนนราคาอยู่ที่ขวดละ 27 US ประมาณ  900 บาท ฮะ ทา 10 นิ้ว ตกนิ้วละ 90 บาท เอง ทาได้หลายครั้ง ไม่แพงๆ ทาไปจับมือท่านได้เลยฮะ หึหึ  เราว่าท่านต้องมีมอง 

-------------------------------------------------------------------------


ต่อกันเลยๆ

คราวนี้เป็น
Dress สั้นฮะ เป็นชุดที่เราว่าสวย ใส่แล้วขึ้นมากชุดหนึ่งเลย
(ชอบผู้หญิงใส่เดรส อยู่แล้ว แล้วยิ่งเดรสขาวอีก เอาใจไปเลย เคอะ)
 




สำหรับ Dress ตัวนี้มาจากร้าน lilLilly 



รูปท่านรู้สึกจะเอา โบว์ที่ผูกออกฮะ แล้วปรับสีขาวๆ ลายมันเลยดูหายๆไป สนนราคาตัวนี้แพงขึ้นมาหน่อยนึงฮะ แต่คุ้มฮะ เพราะมันเป็นเดรส เอ๊ะ งงไหม? ราคาอยู่ที่ 21,840 เยน ก็ประมาณ 7,000 บาทไทย เองครับ


แต่เดี๋ยวก่อน
ถ้าโทรสั่งภายใน 10 นาที ....ไม่ใจ้
!!!!

เดรสตัวนี้ มี 2 สีฮะ คือสีขาว กับสีชมพูออกแดง ซึ่ง ท่านมีทั้ง 2 สี เฮๆๆ ไม่รู้ซื้อเองป่าว เพราะข้าพเจ้านั่งดู ก็นึกขึ้นมาได้ว่าตัวนี้ทำไมคุ้นๆ


ป๊าบเข้าให้ นี่มันชุด PV Kimi wa Kimagure นี่นา โด่ววว เหมาโหลมาอีกแล้วใช่ม้อยยยย


ราคาเท่ากันฮะ 21,840 เยน ก็ประมาณ 7,000 บาทไทย เช่นเดียวกับตัวสีขาว

---------------------------------------------------------


คราวนี้ให้มองไปที่ต่างหูนะครับ ท่านถ่ายรูปโชว์ต่างหู รูป เชอรรี่ น่าร้ากกก หวานๆๆๆๆ เหมาะสมที่ซู้ดดดด

สำหรับต่างหูก็มาจากร้านเดียวกับ
Dress ที่ท่านใส่ฮะ ร้าน lilLilly

 
 
ไม่มีขายครับ เป็นของขวัญที่ให้กับลูกค้า ที่มาซื้อที่ร้านฮะ ซึ่งน่าจะหมดไปแล้ว ใครอยากได้ก็หาสอยตามเน็ทเอาครับ ที่มีคนมาขายต่อ เห็นแว้บๆ ว่า ขายกัน 700 – 800 บาทไทย

------------------------------------------------

ชุดต่อมาเป็นกระโปรงฮะ


เป็นกระโปรงสีชมพู มีลายอะไรก็ไม่รู้ แล้วก็มาเห็นอีกที ท่านโพสลง Instagram สงสัยจะชอบตัวนี้


สำหรับตัวนี้ เป็นแบรนด์ของ Fleamadonna ฮะ

มี 2 สีให้เลือกครับ สีขาว กับสีชมพู ข้าพเจ้าไม่แน่ใจว่า เป็น แบรดน์เกาหลี หรือย่างไร ไม่เชี่ยวชาญฮะ แต่ราคาที่โชว์เป็นเงิน วอน สนนราคาอยู่ที่ 186,000 วอน คิดเป็นเงินไทยก็ไม่มากไม่น้อยครับ กระโปรงตัวละ เกือบ 6,000 บาท

ต่อมา
  
เอ๊ะ !!! รูปซ้ำนิแก แกจะมาฝลัดบล็อกตัวเองเรอะ !!!
.
.
ไม่ใจ้....

ตะกี้เราดูกระโปรงไป คราวนี้ให้เรามาดูรองเท้าฮะ เป็นรองเท้าสีเงิน 

แบรนด์
Miu Miu เป็น collection autumn winter ปี 2013-2014




ใส่สบายไหมไม่รู้ฮะ แต่ราคาสบายกระเป๋าครับ สาวๆซื้อมาสวมใส่ ไปทูชอต กับท่านได้ เผื่อได้ใส่ชนกันสวยๆ
สนนราคา
Shop อยู่ที่ 675$ ประมาณ 21,600 บาทครับ (เหงื่อตกแปร๊บ )    
 
------------------------------------------------------

ต่อกันที่
 เอ่ออออออออ เรียกว่าไรดี
ปลอกคอ ??
เราก็ไม่รู้ภาษาไทยเรียกว่าอะไร แต่เห็นเค้าเรียกกันว่า
Necklace
 


ตอนแรกเห็นแบบรูปซ้ายบ่อยๆ ก็นึกว่าเป็นปกเสื้อ แต่จริงๆ มันคือ Necklace ที่เอาไป Mix & Match ได้กับหลายๆชุด ท่านนี่มาเหนืออีกละ เห็นแววเจ้าแม่แฟชั่นในตัวท่าน (**ยักคิ้ว แบบภูมิใจ)

โดย
Necklace นี้ เป็นแบรนด์ของ PAMEO POSE แบรนด์เดียวกับถุงเท้าข้างบนนนู้น 
   

อันซ้ายคือรุ่น Spring Collar Poodle ส่วนอันขวาคือรุ่น Ribbon Collar Necklace white(มีสองสีให้เลือก ฟ้ากับชมพู) สนนราคาไม่แพงฮะ อันละ 4,980 เยน หรือประมาณ 1,600 บาท เป็น Accessories เกร๋ๆ เพิ่มความเดิ้ลในตัวคุณ

 
-------------------------------------------------------
มาถึงชิ้นสุดท้ายฮะ



คือ หมวกฮะ หมวกสีขาว มีตัวอักษร NY สีชมพู พร้อมหัวใจ อยู่บนหมวก  ใส่แล้วสวยฟรุ้งฟริ้งๆ

เป็นของยี่ห้อ
New Era


รุ่น 59FIFTY UNDERVISOR HEART ใส่ได้ทั้งชาย และหญิงครับ แต่ถ้าชายใส่ ต้องเป็น ชายหวานๆนิดนึง ตัว NY นี่คือ New York Yankee เป็นชื่อทีม เบสบอล ในอเมริกาฮะ หมวกแนวนี้ ฮิปฮอปบ้านเราชอบใส่ แล้วทำท่าแรบโย่ว กัน
สนนราคาที่ 5
,832 เยน ประมาณ 1,900 บาท เฮ่ๆ ดูจะมีปัญญาซื้อมาที่สุด T__T

 -------------------------------------------------------------

จบแล้วฮะ บางอย่างก็ถูก บางอย่างก็แพง แต่ก็ด้วยน้ำพักน้ำแรงของพารุเองเนาะ ทำงานมาเหนื่อยๆ ก็ต้องตอบแทนหาของขวัญให้ตัวเองบ้าง แฟนคลับเห็นก็ดีใจ ท่านแต่งตัวดูดี สวยใสมีไสตล์ 
หรือใครจะดู ไว้เป็นแนวทาง แต่งตัวให้น่ารักแบบท่านก็ได้นะฮะ

ถ้าเราเป็นผู้หญิง ก็คิดอยู่เหมือนกันว่า จะแต่งตัวเลียนแบบท่าน ไปจับมือกับท่านซักที อยากรู้ว่าท่านจะรู้สึกตัวมะ ว่า เอ๊ะคนนี้ แต่งตัวเลียนแบบเรานิ โฮะๆๆๆๆ



ขอบคุณที่อ่านกันมายืดยาวจ้า เจอกันอีกทีเดือนหน้าฮะ ถ้าคิดออกว่าจะเขียนไรดี
บัยส์ๆๆๆๆ