แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ NoeyBNK48 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ NoeyBNK48 แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2561

[BNK48 Reviews] เมื่อวันหนึ่งฉันต้องไปงาน 2shot / ภาพ 1 ใบมีหลายเรื่องราว

//// 2 Shot ////
2shot ที่หมายความว่า มีคน2คนในชอตเดียว
(ไม่ได้หมายความว่า ได้ถ่าย 2 ครั้ง ตามที่ผู้บริหารวงไอดอลชื่อดังของไทยคนนึงได้กล่าวไว้)


จริงบอกก่อนด้วยความที่เราเป็นคนไม่ชอบถ่ายรูปเอามากๆๆๆ
เวลามีงานอะไร ก็จะพยายามเลี่ยง ไม่อยากอยู่ในกล้อง
ไม่อยากใดๆทั้งสิ้น ไม่ชอบปั้นหน้า 5555
ตอน BNK48 เปิดให้ซื้ออัลบัมทูชอต
ก็เลยแบบซื้อแผ่นเดียวพอ
เอาให้คิดซะว่า ได้ถ่ายซักรูป
พอเป็นพิธีให้ถือว่ามาร่วมงานละกัน

แต่ความตลกคือ
คือ
คือ
คือ
ไอ้ซีดีที่ซื้อ ดันให้บัตรทูชอตมา 2 ใบ 5555555555 
ดวงหรือนี่กะไร แต่ก็กลายเป็นว่าเออ
ได้ถ่าย 2 ใบนั่นแหละ ก็ตลกดี

และเมื่อถึงวันงานหลังจากไปถ่ายใบแรก
ก็พบ Bug ในการถ่ายทูชอตว่า
มันได้คุย ได้เจอ นานกว่าบัตรจับมือ 1 ใบอีก
เฉลี่ยบัตรทูชอตใบนึง ได้คุประมาณ 20 วิ +/- เล็กน้อย
เลยมองว่า เออ มันคุ้มแฮะ ถึงเราไม่ได้อยากถ่ายรูป
แต่มันก็ได้เจอกันนะ ก็เลยไปหาซื้อบัตรต่อ
มาประมาณ 10 ใบ...................


(ถึงคีย์จะไมไ่ด้อยู่ที่การถ่ายรูป แต่ก็ต้องมานั่งเครียดคิดท่าถ่ายรูปอีกอยู่ดี)พอได้ถ่ายจริง เลยมีรูปประหลาดๆ แปลกๆโผล่มาเยอะเลย 5555

หลังจากถ่ายมาทั้งหมดก็เลยมาไล่ดูรูป
และจัดอันดับรูปที่เราชอบที่สุด
ซัก 5 รูปดีกว่า ว่าเป็นรูปไหนบ้าง
ซึ่งจริงๆเราก็ลงใน Twitter ไปเยอะแล้วล่ะ
แต่ก็อยากมาเขียนเก็บไว้เป็นความทรงจำ


------------------------------------------------------------------------------
มาเริ่ม !!!!!

อันดับ 5 

จริงๆท่านี้มันผิดแผนไปหน่อย เราตั้งใจให้แบบทำท่าชะเง้อหา
แล้วให้เนยหลบ แต่กลายเป็นว่ามันดูเหมือน
เราจะพูดไรซักอย่าง
แล้วเนยก็เอามือปิดหู คิดในใจว่า

"ทนฟังไม่ได้โว้ยยยยยย"

เลยรู้สึกว่ากลายเป็นรูปผิดซีนที่น่ารัก และดูเอาไปทำมีมได้ดี 5555



------------------------------------------------------------------------------------

 อันดับ 4

ชอตต่อเนื่อง จริงๆมันเกิดจากรูปล่างก่อน
คือเรากะว่าให้เอาผ้าปูโต๊ะมาปิดหน้า แต่พอสตาฟนับ
1
2
3
ไอ้ชอตที่ 3 เนยมันก็ชะโงกหน้ามาพอดี เลยคิดว่าเออมันเป็นรูปที่น่ารักดี
เลยไปถ่ายอีกแบบ ให้มันดูว่า ต่อเนื่องกันดีกว่า

เลยทำให้รูปนี้ เป็น 1รูปที่เรารู้สึกว่ามีความทะเล้นอยู่นิดหน่อยดี


-------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับ 3

รูปนี้ก็เข้าไปแกล้งอีกแหละ พอเข้าไปบอกเนยว่า
ทำหน้าให้สวยที่สุดอ่ะ อยากถ่ายรูปดีๆสวยๆมั้ง พอมันตั้งหน้า
เก๊กหน้าก็เลยเอามาหมวกมาปิด ก็แอบบมี จิ๊ปากหน่อยๆ

ส่วนพี่สตาฟก็บอกว่า เนยรูปนี้สวยที่สุดละ 55555

ปล.จะอวดหมวกด้วยแหละเอาจริงๆ........


--------------------------------------------------------------------------

อันดับ 2

ภาพนี้ไม่มีคำอธิบายไรเลย คือบอกไปแค่ว่าทำไรก็ทำ
เดี๋ยวเราหันหลังแค่นั้นแหละ
ก็ไม่เห็นหรอกว่าเนยมันทำหน้ายังไง
แต่พอถ่ายเสร็จมาดูรูป ก็ถึงเห็นว่าเออ น่ารักดี
อารมณ์แบบ

"ชั้นละเบื่อแกจริงๆ"


ไรแบบนี้มั้ง 55555


---------------------------------------------------------

อันดับ 1

ที่ให้รูปนี้ เพราะรู้สึกว่ามันเป็นรุปอะไรที่ธรรมชาติสุดละ
เวลาย้อนมาดูรูปนี้มันจะนึกถึงเรื่องราวตอนถ่ายทุกที
ซึ่งก็ไม่มีไรมาก เราเข้าไปบอกเนยว่า
เอาหมวกมาปิดหน้าได้ไหม
เนยมันก็ทำหน้าแล้วพูดแบบ

"แต่งหน้ามาสวยๆ ให้ปิดหน้าอีกละ"

เราก็อื้มๆก็ปิดทั้งคู่แหละ แต่พอสตาฟกำลังนับ
1
2
3
ก็เดาว่าเดี๋ยวมันต้องเอาหมวกออกแน่ๆ
ซึ่งก็จริง เลยรีบเอามือดันหมวกมันไว้
มันเลยดูกลายเป็นรูปที่แบบ
ตั้งใจ+เผลอๆ+ยิ้มๆ ซึ่งกลายเป็นอะไรที่ ธรรมชาติที่สุดเลย



-------------------------------------------------------------

ก็หมดและ นี่ก็เลือกภาพที่คิดว่าชอบที่สุดมา
ซึ่งภาพอื่นหลายๆภาพก็ชอบแหละ
แต่สิ่งที่เราชอบในแต่ละภาพมันคือเรื่องราวระหว่างภาพ
ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ซึ่งภาพมันเป็นแค่เหมือนกุญแจไขความจำว่าในนั้นมีอะไร
กุญแจเหมือนๆกัน ประตูเหมือนๆกัน
แต่เวลาไขเข้าไป สิ่งที่อยู่ในประตูแต่ละบานก็ไม่เหมือนกันหรอก

คิดว่าภาพถ่ายของทุกคนก็คงเป็นแบบนั้นเหมือนกัน
ต่อให้เป็นภาพยิ้มหันหน้าตรง ภาพรูปหัวใจ
แต่ว่าเรื่องราวระหว่างภาพของแต่ละคน
มันก็มีเพียงสองคนเท่านั้นที่รู้

แฮร่_______จบสวยป่ะ อิอิ


สวัสดีจ้าจ้า

วันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2561

Kanteera's Diary ตอน 01 : Shonichi ที่รัก

Shonichi ที่รัก 

"ฉันรักที่จะยืนอยู่ตรงนี้
ตกหลุมรักกับเวทีท่ามกลางเสียงเชียร์"

.....................
"ต้องซ้อมต้องยากลำบากเพียงใด
กว่าฉันจะได้ก้าวผ่านกำแพงนี้ไป
จนถึงนาทีที่ฝัน เมื่อผ้าม่านนั้นเปิดให้ฉันแสดง"

ทุกคนคงรู้สินะคะว่าท่อนนี้มาจากเพลงไหน
ใช่แล้วมันมาจากเพลงโชนิจิ
เพลงแรกที่หนูได้รับเลือกเป็นเซนเตอร์นั่นเอง
และสองท่อนนั้นเป็นท่อนที่หนูคิดว่า
มันอธิบายตัวตนของหนูได้ดีที่สุดเลย

---------------------------------------------------------------------------------------------------------

ในตอนที่ประกาศเซ็มบัตสึวันนั้น พอหนูชื่อหนูถูกประกาศออกมาว่า
ได้เป็นเซ็นเตอร์คู่กับน้องมิวสิค หนูบอกตรงๆว่าหนูดีใจ
จนทุกอย่างในหัวหนูแบล๊งค์ไปหมดเลย
ลงเวทีมาหนูถึงกับต้องไปถามพี่แก้วอีกครั้งว่า
ตกลงชื่อเพลงอะไรนะคะพี่แก้ว 55555




ณ วินาทีตอนนั้นความรู้สึกของหนูทุกอย่างมันเอ่อล้นไปหมด
รู้สึกว่าสิ่งที่หนูพยายามมาตลอดมันมีคนมองเห็น
และคนนั้นเค้าก็ยื่นโอกาสนั้นมาให้หนู ซึ่งหนูก็รู้นะ
ว่าโอกาสแบบนี้ไม่รู้จะกลับมาอีกครั้งเมื่อไหร่
หนูเลยสัญญาว่าหนูจะทำมันออกมาให้เต็มที่ๆสุด
หนูจะได้ไม่ต้องมาเสียใจภายหลัง
ว่าตอนนั้นหนูทำอะไร ทำไมไม่พยายามกว่านี้

"เป็นคนเต้นไม่เป็น คนเดียวที่ไม่ทัน
ร้องไห้ตอนกลับบ้าน ซ้ำอยู่อย่างนั้นตั้งกี่ครั้ง"

"ร้องเพลงไม่เอาไหน ทำไม่ได้ดั่งใจ
ในบางวันก็สูญเสีย ทุกความมั่นใจไปมากมาย"

แต่วันนี้หนูพยายามจนได้เป็น เซ็นเตอร์แล้วนะทุกคน

-------------------------------------------------------------------------

หลังจากที่พวกเราต่างซ้อมร้องซ้อมเต้นกันมาอย่างหนัก
ผู้ใหญ่ก็ได้มาบอกเราว่า
ได้กำหนดการที่จะแสดงเพลง  "วันแรก" ครั้งแรกแล้วนะ
นั่นคือที่สนามราชมังคลาฯ !!!
ใช่แล้วตอนนั้นพวกเราตกใจมาก ที่การแสดงของพวกเรา
จะได้ไปแสดงในสนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ
แถมยังมีการถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศอีกต่างหาก
ส่วนหนูไม่ต้องถามนะคะว่าหนูตื่นเต้นแค่ไหน
ก็แค่คืนก่อนวันแสดง
หนูนอนไม่หลับเลยแค่นั้นเองค่ะ.....



และการแสดงวันนั้นก็ผ่านไปได้อย่างราบรื่น
ซึ่งถ้าถามหนูว่าทำได้ดีไหม
หนูก็คิดว่าทำได้ดีนะ แต่หนูจะไม่หยุดแค่นี้หรอก
หนูจะทำมันให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆในทุกครั้งที่มีการแสดง
(หนูตั้งใจไว้อย่างนั้นจริงๆนะ )
-----------------------------------------------------------------

แต่หลังจากนั้น ไม่กี่วันพวกเราก็ต้องแสดงเพลงใหม่
 พอมีของใหม่ก็กลายเป็นว่าทุกคนลืมของเก่ากันหมดเลย
กระแสทั้งในอินเตอร์เน็ต ทุกคนพูดถึงแต่เพลงใหม่
จนบางครั้งหนูก็น้อยใจ ว่าทุกคนลืมไปรึป่าว
ว่าตอนนี้ยังอยู่ในช่วงโปรโมตเพลง"วันแรก"
ของหนูกับน้องมิวสิคอยู่เลยนะ

แต่ไม่เป็นไรหรอกเพราะถึงยังไงหนูก็จะพยายาม
และตั้งใจซ้อมเพลงของหนูให้ดียิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ
แต่ยิ่งซ้อมมากเท่าไหร่ พยายามมากเท่าไหร่
หนูกลับคิดถึง ท่อนนึงของเพลงที่บอกว่า

"คำว่าพยายาม ไม่เคยทำร้ายสักคนที่ตั้งใจ"
นั้นไม่จริงเลย

หนูพยายามมากแค่ไหน เพลงนี้ก็ยังแทบไม่ถูกรับเลือก
ให้ได้รับไปแสดงตามงานอื่นๆอยู่ดี
จนหลายๆครั้งหนูก็โทษตัวเองว่า

"หรือหนูยังพยายามไม่มากพอนะ
และหนูต้องพยายามไปถึงแค่ไหน
ความพยายามที่ไม่มีคนมองเห็น
เรายังเรียกมันว่าความพยายามได้อยู่ไหม?"


ในขณะที่โชนิจิก็ยังไม่ได้ออกงาน
หนูก็เฝ้าถามเหตุผลกับตัวเองอยู่เสมอว่าทำไม
หนูถึงเป็นทุกข์กับมันขนาดนี้ ทั้งๆที่ก็มีเพลงมากมาย
ที่มันไม่ดังและไม่มีคนสนใจเหมือนเพลงนี้

จนในค่ำคืนหนึ่งหนูได้ตั้งใจฟังเพลงนี้อย่างละเอียด
ทำความเข้าใจอย่างละเอียด แล้วหนูก็เข้าใจเหตุผลว่า
ที่หนูอยากแสดงเพลงนี้ให้ทุกคนได้ดูไม่ใช่เพราะหนูอยากดัง

แต่เพราะเพลงนี้มันอธิบายถึงตัวตนทั้งหมดของหนู
ออกมาเป็นเสียงเพลง
หนูอยากให้ทุกคนได้เข้าใจตัวตนของหนู
เหมือนที่หนูอินกับเพลงนี้ทุกครั้งที่ได้ร้องมัน

"หนูตกหลุมรักที่จะยืนอยู่บนเวที
และทำการแสดงให้ทุกคนได้เห็น 
ไม่ว่าหนูจะต้องซ้อมหนักแค่ไหน
หนูก็จะต้องก้าวผ่านมันไปให้ได้

ในตอนแรกหนูเต้นไม่เป็น
ร้องเพลงไม่เก่ง
ทุกครั้งหนูจะกลับบ้านไปร้องไห้
และตัดพ้อกับตัวเองเสมอว่า...
ทำไมทำไม่ได้อย่างคนอื่นเค้า

และสุดท้ายหนูก็ได้เป็นเซ็นเตอร์
ซึ่งมันก็ต้องผ่านทั้งหยาดเหงื่อและน้ำตา
ไม่รู้มากมายเท่าไหร่
ซึ่งหยาดเหงื่อและน้ำตานั้นมันคือเส้นทาง
ที่นำไปสู่ความฝันของหนู "

สุดท้ายหนูก็ไม่รู้หรอกนะว่าเพลงนี้จะได้แสดงอีกครั้งเมื่อไหร่
ตอนไหน หรืออาจจะไม่ได้แสดงอีกแล้ว
แต่หนูก็อยากบอกทุกคนว่า
ตลอดความพยายามทั้งหมดของหนูที่มอบให้แก่เพลงนี้
มันจึงทำให้เพลงนี้ได้ชื่อว่าเป็นเพลงของหนู

"รุ่นพี่สร้างไว้ได้ดีแค่ไหน
แต่ฉันก็จะสร้างสิ่งใหม่ให้ดียิ่งกว่า
ด้วยโชว์ที่สะดุดตา และได้ชื่อว่าเป็นโชว์ของฉันเอง"


.......โชนิจิที่รัก........
-----------------------------------------------------------------------
ศิลปิน: BNK48

ฉันรักที่จะยืนอยู่ตรงนี้
ตกหลุมรักกับเวที
ท่ามกลางเสียงเชียร์
และการปรบมือเหล่านั้น
ที่มีให้ฉันทุกอย่างคือความเร่าร้อน

ต้องซ้อมต้องยากลำบากเพียงใด
กว่าฉันจะได้ก้าวผ่านกำแพงนี้ไป
จนถึงนาทีที่ฝัน
เมื่อผ้าม่านนั้นเปิดให้ฉันแสดง

เป็นคนเต้นไม่เป็น
คนเดียวที่ไม่ทัน
ร้องไห้ตอนกลับบ้าน
ซ้ำอยู่อย่างนั้นตั้งกี่ครั้ง
ร้องเพลงไม่เอาไหน
ทำไม่ได้ดั่งใจ
ในบางวันก็สูญเสีย
ทุกความมั่นใจไปมากมาย
คนอื่นๆเมื่อมองไปเมื่อไร
ก็ดูจะเปล่งประกายกว่าฉัน

ความฝันต้องเกิดหยาดเหงื่อจึงได้มา
ใช้เวลาและค่อยเป็นค่อยไป
ดอกไม้จึงบาน
คำว่าพยายาม
ไม่เคยทำร้ายสักคนที่ตั้งใจ
ความฝันเท่ากับหยาดเหงื่อรินรดไป
เพื่อให้เหล่าเมล็ดพันธุ์
นั้นเติบโตและสูงใหญ่
และคงต้องมีสักวัน
จะได้ดั่งใจสมปรารถนา

ไฟบนเวทีและสปอตไลท์
เปลี่ยนค่ำคืนที่มืดลงไปให้โลกทั้งใบ
คืนมาซึ่งความสดใส
เหมือนแสงอาทิตย์สว่างในใจของฉัน
รุ่นพี่สร้างไว้ได้ดีแค่ไหน
แต่ฉันก็จะสร้างสิ่งใหม่ให้ดียิ่งกว่า
ด้วยโชว์ที่สะดุดตา
และได้ชื่อว่าเป็นโชว์ของฉันเอง

วันที่ต้องหยุดพัก
เพราะร่างกายรับไม่ไหว
วันที่ต้องเจ็บใจ
จนแอบไปสะอื้นกี่ครั้ง
ไปโรงเรียนอยู่แล้ว
ซ้อมก็ยังต้องไป
ภาระในจิตใจ
เริ่มจะหนักเกินไปทุกๆวัน
แล้วจู่ๆเสียงก้องในใจ
อังกอร์จากใครกำลังเรียกฉัน

ความฝันเริ่มจากหยาดเหงื่อและน้ำตา
เหมือนยิ้มจากดอกไม้
ที่งดงามยามที่ฝนซา
ผลิบานไม่โรยรา
เพราะมีวันนี้ด้วยความพยายาม
ความฝันนั้นเป็นบ่อเกิดแห่งน้ำตา
ที่ไม่เคยจะยอมแพ้ต่อเภทภัย
ลมฝนกระหน่ำ
และคำวิงวอนทุกอย่าง
จะส่งให้บนฟ้าได้รับรู้

เต้นกันสุดชีวิตทุ่มเทลงไป
ร้องกันสุดชีวิตสื่อด้วยหัวใจ
เพราะรักจริงใช่ไหมจงอย่าลืมมัน
ใส่ลงไปทุกอย่างมีแรงเท่าไร
Oh

ความฝันต้องเกิดหยาดเหงื่อจึงได้มา
ใช้เวลาและค่อยเป็นค่อยไป
ดอกไม้จึงบาน
คำว่าพยายาม
ไม่เคยทำร้ายสักคนที่ตั้งใจ
ความฝันเท่ากับหยาดเหงื่อรินรดไป
เพื่อให้เหล่าเมล็ดพันธุ์
นั้นเติบโตและสูงใหญ่
และคงต้องมีสักวัน
จะได้ดั่งใจสมปรารถนา


วันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2561

[ NOEY BNK48 ] จากเด็กสาวธรรมดา สู่ธิดางานจับมือ..... และไอดอลสายบวก

ก็จบลงไปเรียบร้อย สำหรับงานจับมือ
ในซิงเกิ้ล Shonichi ของ BNK48 ทั้ง 2 วัน

ซึ่งก็มีเรื่องน่าประหลาดใจที่ทำให้นำมาพูดถึงกันนิดๆนั่นคือ
แถวต่อจับมือที่คนแทบจะเยอะที่สุดในงาน1ในนั้นเป็นแถวของ

"เนย"


ที่บอกน่าประหลาดใจนิดๆก็เพราะ จากงานที่ผ่านๆมา
แถวของเนย ก็แทบจะเป็น 1 ในแถวที่คนเยอะสุดมาหลายงาน
จนวันสุดท้ายที่ให้เมมเบอร์ทุกคนต่อแถวพร้อมกัน ก็พบว่า
แถวของเนยล้นออกมาจากเลน ถึง 3-4 แถว ซึ่งน่าจะเป็นคนที่เยอะสุดในงานแล้ว
(เยอะเหมือนจ้างมา 55555555)

ถ้าย้อนนนนนนนนนนน ไปในช่วงเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว
คงไม่มีใครคิดว่าเด็กบ้านๆธรรมดา
ขี้อายนิดๆ เต้นไม่เป็น ร้องไม่เพราะ
วันนี้จะกลายมาเป็น 1 ในเมมเบอร์ที่แฟนๆอยากมาจับมือด้วย
มากที่สุดของวง
 


ซึ่งจากที่ลองๆคุยมาทั้งจากคนรู้จัก หรือคนที่ต่อแถวร่วมกันอย่างยาวนานในเลนจับมือ
ส่วนใหญ่ก็จะมี 2 เหตุผลหลักๆที่มาจับมือ หรือชอบเนย

1. สวย น่ารัก
(อันนี้น่าจะเหตุผลเบสิคละมั้ง และเมมเบอร์ทุกคนก็คงได้อันนี้กันทั้งนั้น)
2. เพราะขั้วบวกของเนย

ข้อแรกขอข้ามไป มาพูดถึงข้อ 2
ความที่เป็นคนขั้วบวก ประจุบวก สายบวก
(ในที่นี้หมายถึงคนคิดบวกนะ 55555)


ถ้าเราได้ติดตามเนย จากหลายๆช่องทาง ไม่ว่าจะจาก VOOV จากไลฟ์ หรือรายการต่างๆ
เราจะเห็นความสุข เห็นพลังด้านบวก ออกมาจากเนยเสมอ
ไม่ว่าจะเรื่องเศ้รา เนยก็เปลี่ยนมันมาเป็นพลังงานบวกได้
หรือเรื่องแย่ๆ เนยก็ทำให้มันกลายมาเป็นพลังบวกแทนที่จะเป็นลบ





ซึ่งมันทำให้คนที่ติดตาม รู้สึกสบายใจและได้รับพลังนั้นไปด้วย
มันไม่ใช่แค่ว่าเปลี่ยนเรื่องแย่ๆของตัวเองให้มาเป็นพลังให้ตัวเอง
แต่พลังนั้นมันดันพุ่งไปหาแฟนๆด้วย ซึ่งทุกครั้งเราก็รู้สึกอย่างงี้ิ
ทำให้รู้สึกว่าเออ โลกมันก็แค่นี้นี่หว่า
ปัญหาหลายๆอย่างมันก็แค่นี้นี่หว่า อยู่ที่การปรับมุมมอง
แค่นั้นเอง  

นั่นเลยทำให้เลนจับมือของเนยมันเปี่ยมล้นไปด้วยความสุข
ซึ่งการจะถึงจุดนี้มันก็ต้องใช้เวลาสะสมมาหลายวัน หลายสัปดาห์ หรือหลายเดือน
ผ่านทางตัวตนของเนย ที่แสดงออกมาให้แฟนคลับได้เห็น

พอถึงงานจับมือมันเลยเป็นการมอบพลังบวกให้แก่กันระหว่างเนยกับแฟนคลับ
ตอบแทนซึ่งกันละกัน เราเคยได้รับอะไรจากเนย เราก็อยากตอบแทนให้ในงานจับมือ
กลายเป็นความสุขทั้งสองทางที่ได้รับและได้ให้ซึ่งกันและกัน 



หากถามว่าการจับมือเนยดีกว่าจับมือคนอื่นยังไง
เราก็คงตอบไม่ได้ เพราะเราแทบจะจับมือเนยคนเดียวมาโดยตลอด
(แน่นอนว่าแอบไปหาเด็กๆบ้างบางครั้ง.........)


แต่เรารู้สึกว่า มันพอ และมันพอดีละล่ะ ทำไมยังต้องไปไขว่คว้าหาอะไรที่มันดีขึ้นไปอีก
หยุดอยู่กับสิ่งที่มันพอดี และเหมาะกับตัวเราแค่นี้ก็พอแล้ว


ท้ายสุดใครยังไม่ได้มาลองจับมือเนย ก็อยากให้มาลองจับดูซักครั้ง
1-2 ชม. ที่ต่อมันอาจจะนาน แต่เชื่อเถอะ ผลลัพท์หลังจากนั้น
มันคุ้มค่าแก่การรอคอย :)



ขอยืมเนื้อเพลงท่อนนึงของ Ed Sheeran มาหน่อย

"I’m thinking ’bout how people fall in love in mysterious ways
Maybe just the touch of a hand"

"ฉันได้แต่คิดคร่ำครวญว่า คนเรานั้นตกหลุมรักกันได้อย่างไร
บางที่อาจจะเพียงแค่ สัมผัสมือกันก็ได้"


--------------------------------------------------------------------------------------------------------




เพิ่มเติมจากผู้เขียน 

จริงๆเรามีความคิดจะเขียนถึงเนยหลายทีละ
แต่พอตั้งต้นได้นิดนึงก็ไปต่อไม่ได้ก็เลยตันและหยุดกลางคันทุกที
ซึ่งเรื่องแปลกคือเวลาเราพูดถึงเนยให้คนรู้จักฟังเราพูดได้เป๋็นชั่วโมง
แต่พอมาถึงงานเขียน ซึ่งมันใส่ความรู้สึกได้ไม่เหมือนคำพูด
ก็เลยรู้สึกว่าทำไมอ่านสิ่งที่ตัวเองเขียน มันดูไม่สื่อถึงสิ่งที่คิดอยุ่เลย
จนมาครั้งนี้ที่ผ่านงานจับมือมาหยกๆ เลยรู้สึกว่าอาจจะไม่ต้องสื่อสารออกมาทั้งหมดก็ได้มั้ง ซึ่งมันก็ได้แค่นีี้แหละ งานหยาบๆที่ตั้งใจเขียนถึง รึป่าวนะ ? 555555  

ยังไงก็อยากให้มาลองจับมือเนย หรือมารับพลังงานบวกนี้ด้วยกันนะ Go Go Noey Go