วันเสาร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2557

Japan again จับมือ again !!!!!!!!!!!!!!!!!!!

สวัสดี~~~~~~~~

หลังจากห่างหายไปนาน (เพราะไม่รู้จะเขียนอะไรดี)
ตอนนี้ก็มีเรื่องให้เขียนแล้ว เย่ๆๆ
ก็ด้วยพอดีว่า เมื่อวันที่ 28 - 31 มีทริปไป ญี่ปุ่นพอดี
(ซึ่งเป็นครั้งที่7แล้ววว สำหรับญี่ปุ่นของข้าพเจ้า)

ครั้งนี้ไปก็ด้วยเนื่อจากว่า
ข้าพเจ้าได้ลงบัตรจับมือไว้ซึ่งเป็นบัตรของซิง36(ซิงโหวตนั่นเอง)
ทำให้รอบนี้เรามีบัตรอยู่พอประมาณเลยทีเดียว พอใกล้ๆถึงเวลาก็เลยหาตั๋วไปฮี่ๆ
แต่รอบนี้ดีหน่อยไม่ต้องบินคนเดียวเหมือนเกือบทุกที คราวนี้มีญาติติดสอยห้อยตามไปด้วยอีกคน
เที่ยวด้วยกัน แล้วพอวันงานค่อยแยกกัน เย่ๆๆๆๆ


(ภายในเครื่อง คือไม่กล้าถ่ายทางอื่น มีคนนอนกันอยู่)

รอบนี้บินการบินไทย A380 ด้วย เป็นครั้งแรกเลยที่ได้ขึ้นลำใหญ่ขนาดนี้ แต่ไหงขึ้นไปแล้วคนโล่งมาก
น่าจะโหลดประมาณ 60-70% แถวข้างๆข้าพเจ้านี่ นอนกันสบายเลย
ก้นั่งๆกินๆดูหนังไปเรื่อง นอนไป 2 ชั่วโมง ก็ถึงบ้านเกิด เมืองเกิดพารูรุพอดี ><



(พารูรุกับตั๋วรถไฟ เป็นพวงกุญแจที่เราพกไปไหนมาไหนตลอดเลย)

ตามสเตปนั่งรถไฟที่ถูกสุดเข้าเมือง คือมันไม่ได้ดีแค่ที่มันถูกนะ(1,030 เยน) แต่ถ้านั่งขบวนนี้เราจะได้เห็นทั้งนักเรียนญีปุ่น หรือคนทำงาน ชาวบ้านทั่วไปขึ้นด้วย ซึ่งมันก็จะเริ่มสัมผัมความเป็นญี่ปุ่นได้พอดี
.
.
.

รอบนี้ก็ได้ไปที่ๆไม่เคยมาซํกที คือศาลเจ้าเมจิ
(คือที่ไม่ชอบมา เพราะมันจะเป็นป่าๆ เราไม่ชอบอะไรที่มันชื้นๆ)
พอไปถึงก็รู้สึกว่าอื้มมม มันใหญ่ดีนะ แค่นั้นแหละ ฮ่าๆๆๆ


ได้ไปเขียนคำอธิษฐานบนแผ่นไม้ด้วย เขียนภาษาไทยไปเลยยยยย ฮี่ๆๆๆ


แล้วก็แวะไปโตเกียวทาวเวอร์ ซึ่งฝนตก ฮ่าาาาาาา
แฉะมาก แต่ก็สวยดี เรารู้สึกว่ามันดูคลาสิคกว่า สกายทรี นะ
ถ่ายรูปตัดกับท้องฟ้ามันจะสวยดี มีสีตัดกัน (แต่ฟ้าครึ้มมาก ขี้เกียจหยิบกล้องอีก เลยเอามือถือแชะเอา)

(ครึ้มมากกกกกกก)

.
.
.
.

หลังจากนั้นก็พาญาติไป Cafe AKB ด้วยกัน ซึ่งก็ไปเจอน้องน่ารักผมสั้นด้วยยยยยย
แต่ไม่กล้าขอถ่ายรูปฮ่าาาาาา **เขิน**

สำหรับ Cafe AKB ถ้าเค้าไปจะแบ่งเป็น 2 zone คือโซนที่เป็นคาเฟ่ กับโซนที่เป็นเธียเตอร์
ซึ่งเราก็เข้าเธียร์เตอร์ตลอด เพราะมันชอบเปิดสเตจให้ดู ดูไปเพลินๆ จอใหญ่ๆ

แล้วสำหรับในคาเฟ่ ใครเข้าไป 1 สิ่งที่ถูกบังคับให้ต้องสั่งเลยคือน้ำ 1 แก้ว
จะเป็นอะไรก็ได้ เช่น โค้ก น้ำผลไม้ ชา กาแฟ ไรงิ
สั่งไป ก็จะให้นั่งได้ 1 ชม.
(ส่วนพวกข้าว หรือของหวานไม่บังคับสั่งจ้า)

1 ใน ไฮไลท์ของคาเฟ่คือ เมื่อคุณสั่งน้ำ 1 แก้ว คุณจะได้สุ่มที่รองแก้วมา 1 ใบ !!
ซึ่งจะสุ่มจากเมมเบอร์ AKB ทั้งหมด ซึ่งเยอะมาก หาได้คนดังๆยากมาก
แต่รอบนี้เราได้ มาโกะ เฮ่ๆๆๆๆ ถือว่าดังอันดับต้นๆของวงเลย
ซึ่งที่รองแก้วนี่ เราไม่ค่อยเห็นใครเอามารองกันนะ ส่วนใหญ่จะสะสมก่อน

เอออออ...นี่ตอนไปโต๊ะข้างๆ มา 2 คน สั่งน้ำกันไป 5-6แก้วได้ เพลินเลย 555555555

บรรยากาศในคาเฟ่ ตอนนั้นไปก็ดึกละ คนไม่เยอะเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ก็มานั่งกันขำๆ
บางคนก็นั่งอ่านหนังสือไปเพลินๆ

รอบนี้เราสั่ง Latte กินกันตอนดึกเลยทีเดียว
แล้วก็สั่งขนมมาเป็น Caramel Cerpe cake
ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า อาหารใน Cafe นี่ รสชาติไม่สมราคา
แต่..................... เครปเค้กอันนี้หร๊อยมากกกกกกกกกกก พูดแล้วอยากกินเลย ใครไปห้ามพลาด
เอออออ แถมเป็นเมนูที่ Watanabe Mayu นำเสนอด้วย โอชิมายุห้ามพลาดเลย ถถถถถถถถ

คิดเงิน กาแฟ 2 แก้ว แล้วก็เค้ก 1 จาน ถือว่าราคาโอเคเลย ไม่เฟ่อเว่อร์วีว่า ไรมากมาย.
.
.
.
แล้วคืนนี้เอง ที่เราก็ต้องนั่งบัสไป นาโกย่า เพราะงานจับมือมีขึ้นที่นาโกย่า (เราลงเครื่องที่โตเกียว)
นี่ใช้ชีวิตได้ทรหดมาก นั่งรถ 300 กว่ากิโล เพื่อไปจับมือ ค้าง 1 คืน แล้วอีกวันต้องนั่งซินคังเซนกลับเพื่อไปขึ้นเครื่องกลับที่โตเกียว !!!!!!!!!!!!!!

บัสที่นั่งคราวนี้ก็ยังใช้บริการ Willer Bus เหมือนเดิม ด้วยเหตุผลเดียวเลย คือจองง่าย
จ่ายทางเน็ทได้เลย


(บัสไฮโซมาก)
แต่รอบนี้พิเศษหน่อย ข้าพเจ้านั่งบัสแบบไฮโซไป ฮี่ๆๆๆ
เวลาเข้าไปจะเหมือนเป็นบล๊อกส่วนตัว มีจอทีวี มีคอกกั้นให้ ยืดตัวได้เกือบสุด
คือมันหลับสบายมาก ตอนแรกเข้าไปก็รู้สึกอัดอัด แต่พอนอนจริงๆสบายสุดๆ
แต่ก็แลกมาด้วยราคาที่ถูกกว่า ซินคังเซน แต่ 2000-3000 เยนแค่นั้นเอง
แต่คิดซะว่า ไม่ต้องเสียค่าโรงแรม 1 คืน ก็ขอมาจ่ายแพงๆ ดีกว่าไปนั่งเมื่อยๆ แล้วต้องมาเพลียอีกวัน
แบบนี้ก็ถือว่าโอเคอยู่นะ
.
.
.
.
เมื่อมาถึง Nagoya ก็เอากระเป๋าไปฝากโรงแรม แล้วก็ตรงดิ่งไปที่งานจับมือกันเลย !!!!
สำหรับวันแรก คือวันที่ 30 สิงหาคม
เรามีบัตรจับมือประมาณ 80 ใบ
ซึ่งเป็นบัตรพารูรุ ประมาณ 20-30 ใบ


(นี่คือบัตรจับของ พารูรุทั้งหมด)
****สำหรับคนที่ไม่ค่อยรู้เรื่อง AKB48 จะขออธิบายเรื่องงานจับมือสั้นๆนะครับ****

สำหรับงานจับมือที่เราเป็นนั้น เข้าเรียกว่างานจับมือเดียว ซึ่งเราจะต้องสั่งจองบัตรจับมือล่วงหน้าก่อน ลงทะเบียนไปว่าอยากจับกับใคร กี่ใบ กี่รอบ แล้วถ้าคนที่เราอยากจับด้วย มีคู่แข่งแย่งบัตรกันเยอะ ระบบก็จะสุ่มหาผู้โชคดีว่าใครจะได้จับมือ หลังจากสุ่มได้เรียบร้อยก็จ่ายเงิน

ราคา 1,000 เยน/ใบ ซึ่งจะจับได้ 10 วินาที และได้ซีดีซิงเกิ้ลนั้นอีก 1 แผ่น สำหรับงานจับมือเราก็ประมาณเข้าไปต่อคิว แล้วเมมเบอร์ก็จะยื่นมือมาให้จับ แล้วเราก็คุยอะไรก็ได้กับเมมเบอร์ ถ้ามี 1 ใบ ก็คุยได้ 10 วิ มีกี่ใบ ก็คูณกันไปเลย  บางคนคุยกันที 10-20 นาทีก็มี แหะๆ

 (นี่คือภาพบางส่วนที่แอบๆถ่ายมา)

และนี่คือเมมเบอร์บางส่วนในงานวันนั้นที่
 เราไปจับด้วย เมมเบอร์ใส่ชุดตามนี้เลยฮะ
คงไม่เล่าทุกคนนะครับ มันเยอะมาก แต่จะเล่าบางคนพอละกัน ^ ^ 

------------------

คนแรก พารูรุ ฮะ
(โอชิของเราเอง T.T )

คือพารูรุก็ยังเป็นพารูรุ เย็นชาใส่แฟนๆเหมือนเดิม ไม่ว่าจะมีกี่ใบไปจับ ฮ่าาาาา
บางทีก็แอบน้อยใจบ้าง ว่าแหม่ เราบินมาตั้งไกล ก็ดีกับเรานิดนึงสิ แหะๆ
แต่ก็เข้าใจครับ และนี่ก็เป็นส่วนนึงที่ยังชอบพารุด้วย เพราะเป็นคนทำอะไรตามใจตัวเองนี่แหละ
เกรียนดี ไม่เหมือนใคร และคงไม่มีเมมเบอร์คนไหนอยากเหมือนด้วยฮ่าาาา
(แต่ถ้าเกิดไปจับ แล้วพารุดีด้วยมากๆ เราก็ต้องคิดว่านี่มันแสร้งทำแน่ๆ 5555555)
 
ชุดที่ใส่วันนั้นฮะ ใส่ชุดเดียวกับ มิโอรินเลย แหม่ หมั่นเขี้ยวเจรงๆๆๆๆๆๆ

-----------------------------------------

Furuhata Nao
(ไลน์อันดับ 2 ของเรา)

คือชอบนาโอะเพราะไรนี่ยังงงๆอยู่เลย แต่ชอบมานานมากละฮ่าาา แบบว่ามันถูกจริต
แถมครั้งนี้มีโมเม้นกับนาโอะพอสมควรเลยนะ

มีบัตรนาโอะวันแรก 8 ใบ
วันที่สอง อีก 2ใบ

วันแรกเนี่ยเราเข้าไปคุยกับนาโอะ ก็คุยญี่ปุ่นคำอังกฤษคำ
แล้วพอบางท่อน คุยอังกฤษไป น้องเค้าก็งง คือพยายามอธิบายให้เข้าใจง่ายๆช้าๆ
น้องเค้าก็งงอยู่ดี แล้วแบบ มันน่ารักมากจังหวะนั้น งงกันจนจะหมดเวลา
แล้วเค้าก็บอกว่า บาก้าๆๆ โกเมนนาไซ (เค้าขอโทษ เค้ามันโง่ไรงิ) เราก็ขำ
แล้วต่างคนก็ขำกันจนหมดเวลา

พอมาถึงอีกรอบ เราเดินเข้าไป ทีนึ้ เราก็ไม่คิดหรอกว่าเค้าจะจำได้(เพราะคนจับเยอะมาก)
เราก็ไปบอกว่าร้องเพลงให้เราฟังหน่อยสิ พูดเป็นภาษาญี่ปุ่นไป
นาโอะก็ตอบมาว่า No! No! No! No! No! No! No! นี่พยายามตื้อ นาโอะก็โนๆๆๆ
(คือดูออกว่ามันกวนตีนใส่ 55555)
พอออกมาจากเลน ก็นึกขึ้นได้ เห้ยเค้าตอบ No! ทั้งๆที่เราพูดญี่ปุ่นไป แสดงว่าจำได้นี่หว่า ว่าเรามาจากต่างประเทศ วร้ายยยยยยยยย จากตอนแรกเฟลๆ ดีใจเลย 55555

แล้วสิ่งที่ทำให้ชัดเจนอีกว่านาโอะจำได้ คืออีกวันเราเข้าไปหา แล้วนาโอะก็พูดว่า ไทๆๆๆๆๆๆๆ
***ปริ่มเลย*** แล้วเราก็บอกนาโอะไปว่า นี่เราจะกลับไทยละนะ แต่เด๊่ยวปีหน้ามาหาใหม่แน่นอน นาโอะก็ยิ้มแก้มบานตาหยี เกร๊ดดดดดดดดดดด* น่ารักม๊วกกกกกกก
  
(ชุดที่นาโอะใส่นะวันนั้น)

อยากให้ถึงรอบหน้าเร็วๆแล้ว กลัวนาโอะจะลืมหน้า (ลืมชัวร์ 55555)

---------------------------

Watanabe Miyuki
(ไลน์อันดับ 3)

เราเคยมาจับกับมิยูกิรอบนึงละ ตอนนั้นมีแค่ใบเดียว ซึ่งได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างอันใดพี่เอย
ของมิยูกิมาเยอะมาก ว่าเป็นเทพแห่งการจับมือ เทพเจ้านักตกปลาไรงิ
รอบนั้นเลยพร้อมไปโดนตกเต็มที สรุปตกไม่ติด เฉยๆมาก 555555
รอบนี้เลยไปด้วย ความธรรมดาไม่คาดหวังไรมาก

เรามีบัตรมิยูกิทั้งหมด 3 ใบ
แต่คราวนี้เข้าไปต่างจากคราวที่แล้วสุดๆ
คือมันสะดิ้งมากกกกกกกก พอเราบอกว่ามาจากไทย มันก็พูดว่า
"ขอบคุณนะ"
พูดแบบเบาๆ เล่นหูเล่นตา
คือ แบบ สะดิ้งไปปปปปปปปปปปปปปป
แล้วพอเราขอให้ร้องเพลงให้หน่อย ก็คิดว่าเค้าจะร้องเพลงไร
สรุปคือร้อง Ibiza มา แถมเต้นด้วย เต้นเหมือนคนคันนิ้วเท้าอ่ะ คือมันสะดิ้งไปปปปปปปปปป
55555555555555555
โอ้ยยยยยย ติด ติดชัวรๆ

(ชุดมิยูกิ วันงานจับมือ)


มิ้วเนี่ย เวลาพูดชอบยื่นหน้ามาใกล้ๆด้วย ><
--------------------------------------------------------------------------------

Matsui Rena

สำหรับเรนะเนี่ย เราเฉยๆนะ แต่ลงไปเพราะคิดว่าซักครั้งต้องลองจับเรนะดู
เพราะถือว่าเป็นคนดังคนนึงของวง
แต่พอจับเข้าจริงๆนี่ดีมาก
ตอนเราจับมือเรนะ ตัวเรากับเรนะนี่ห่างกันพอสมควร เรนะเลยกระชากเราให้เข้าไปใกล้ๆเลย
นี่แอบอึ้งนะ พอเข้าไปใกล้ๆนี่ เห็นถึงความสวย ออร่าฟรุ้งฟริ้งเลย ลืมหมดว่าพูดไรไป ถถถถถถถถ


(เฮียมีหมีแพนด้าด้วย ไม่รู้จะมุ้งมิ้งไปไหน)

-------------------------------------------------------------------------------

Yagura Fuuko

ที่ประทับใจ ไม่มีอะไรมากเลย คือชุดจะมุ้งมิ้งไปไหน
มันหวานมากตอนพูดคุยกัน ฮ่าาาา แล้วเราก็ชอบฟูจัังตอนที่โดนบันจี้จั้มด้วย
เลยไปบอกว่า ฟูจังสุดยอมากนะบันจี้จั้มเนี่ย !!!!


-----------------------------------------------------

kawakami chihiroคือตัวจริงน้องน่ารักมาก ดูเด็กมากเลยยยยยย น่าทะนุถนอม ><!
แล้วพอดีมีน้องที่ไปด้วย เค้าต่อก่อนหน้าเรา แล้วก็บอกกับจิฮิว่า เราเป็นเพื่อนเค้า
จิฮิก็โบกมือให้ก่อนเข้าเลน ฮือออออ น่ารักกกกกกกก
ถ้าไปอีก ก็ว่าจะไปเจออีกรอบ  แล้วเราก็ชอบคู่จิฮินางิสะ ด้วย
คราวหลังจะไปบอกเองเลย ว่าชอบคู่นี้ม๊ากกกกกกกกก


------------------------------------------


Shibuya Nagisa

คือตอนแรก เรากะจะจับแค่วันที่ 30 วันเดียว วันที่ 31 จะได้นั่งบัสกลับได้
เพื่อที่จะเซฟเงินไว้เผื่อมารอบหน้า
แต่ไม่รู้อะไรดลใจ เราดันไปถูกใจน้องคนนี้เข้า จากรายการเต่าทอง
น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก
และด้วยความที่วันที่ 30 ไม่มีบัตรจับมือน้อง(ตอนที่ลงซื้อไปไปยังเฉยๆ)
แล้วอยู่ดีๆ ซิงเกิ้ล 37 ก็ประกาศวันจับมือมาคือวันที่ 31
โฮรวววว เหมือนสวรรค์ดลใจ ให้เสียตังเพิ่ม
เลยได้ลงน้องเค้าไป 2 ใบ
(พร้อมกับต้องเสียค่า ซินคังเซนกลับโตเกียว -*-)



คือเป็นเด็กผู้หญิงที่น่ารักมากเลย เสียงห้าวๆแบบในทีวี
(แถวต่อจับมือยาวมาก)
ตอนเข้าไปนี่ทุกสิ่งอย่างลืมหมดเลย ว่าจะพูดไรไป
แต่ก็บอกไปแหละ ว่าดีมใจมากที่ได้มาเจอกันซักที ปีหน้าจะกลับมาหาใหม่แน่นอน
น้องเค้าก็ดีใจตามประสาที่เมมเบอร์ทุกคน ทำเหมือนกันเกือบหมด ถถถถถถถถถถ

โฮรวววววววว์ นี่คือดีจริงๆนะ น่ารักจริงๆ บัตรจับก็ลงไม่ยากด้วย น่ารักด้วย
มึนด้วย สวยด้วย  ชอบบบบบบบบบบบ
แต่เราก็ยังให้เป็นอันดับ 4-5 อยู่ดี ยังแซงทอปๆของเราไม่ได้ แต่ความเอ็นดูเราให้ที่ 1 เลย ><

.
.
.
.
.
แล้วงานจับมือรอบนี้ของข้าพเจ้าก็จบลง เหนื่อยมากที่สุด แต่ก็ฟินที่สุด
แถมรอบนี้ได้เพื่อน ญี่ปุ่นกลับมาอีก 1 คน ซึ่งเจอกันตอนพักเบรคจับมือ
และขากลับที่นั่งรถไฟกลับก็เจออีกรอบ เลยแลกทวิตกัน
.
.
.

อ่อออ มีอีกนิด รอบนี้เค้ามีกิจกรรมให้เล่น แต่ไม่ได้ไปเล่นกับเค้าหรอก เดินไปดูพอดี ก็เห็นเมมเบอร์เด็กๆมาเล่นกัน เลยถ่ายรูปมาด้วย (แย่งถ่ายกับ โอตะญี่ปุ่นนี่ง่ายหน่อย เค้าตัวไม่ค่อยสูงกัน 555)



--------------------------------------------------------------

แล้วก็นั่ง ซินคังเซนกลับโตเกียว
(ฟิ้วววววว ก็ไม่รู้สึกว่าเร็วเท่าไหร่ 5555555 หลับตลอดทาง)




แวะชอบปิ้งรูป ได้รูปนางิสะมา 1 ใบ 980 เยน
(สลบแปร๊บ ตอนนั้นหน้ามืด ไม่รู้อะไรดลใจ ใบละเกือบ 300บาทแน่ะ)



ส่วนพารูรุรูปขวา เอาไปแลกมากับน้องสาวคนนึง โฮรววววว์ดีใจ

พอถึง โตเกียว ก็เอาของไปเก็บไปอาบน้่ำที่โรงแรมที่จองไว้ อีก 1 คืนเพื่ออาบน้ำกับจัดของโดยเฉพาะ !!!!!!!!!!!!!!!!!



คือโรงแรมก็โอเคเลยนะ อยู่ใกล้สถานี ใหม่ ดูฮิปๆ มาคราวหน้าถ้ามาแบบรวยๆ อาจจะมาพักที่นี่หลายๆคืนแหะๆ
.
.
.
.
.
.
จากนั้นเราก็บินกลับไทย ด้วยเที่ยวบิน TG อะไรซักอย่างเวลาเที่ยงคืน ที่สนามบิน Haneda 
(แรงหมด ไม่ได้ถ่ายรูปไว้เลย)


ทำให้นี่เป็น สนามบินนานาชาติแห่งที่ 4 ของญี่ปุ่นแล้ว ที่เราได้ขึ้น ต่อจาก
Narita, Kansai Airport, Fukuoka Airport
ฮี่ๆ อยากขึ้นให้ครบทุกสนามบินเลย (เพื่อรายยยยยยยยยยยยยย ........)


.
.
.
.
.

บทสรุป

เป็นอีก 1 ทริปที่ข้าพเจ้ามีความสุขมาก ไม่เหนื่อยมากนัก ได้ไปเจอเมมเบอร์ที่อยากเจอครบ
ได้ไปเที่ยวในที่ๆไม่เคยไป ได้มีเพื่อนเที่ยวที่โตเกียว ได้เจอเพื่อนญี่ปุ่นใหม่ๆ
ได้รู้จักน้องนิสัยดีจากไทยคนนึง

และตอนแรกก็คิดว่าสำหรับปีนี้คงเป็นทริปญี่ปุ่นทริปสุดท้ายละ ก่อนที่ปีหน้าจะว่ากันใหม่
แต่พอกลับมาได้อาทิตย์นึง ก็มาคิดว่า เราทนคิดถึงเด็กๆไม่ไหว ต้องเฉาตายก่อนแน่เลย
จึงอาจทำให้ปลายปีเราอาจมีอีกทริปนึงก็เป็นได้  (;_____;  ) ***หมดตูด***

บ้ายบายจ้า ไม่รู้จะเขียนไรละ รอบนี้เวิ่นเว้อยาวนาน ขอบคุณที่อ่านจนจบ
หรือบางคนแค่เลื่อนมาอ่านบรรทัดสุดท้ายเฉยๆ 555555
ก็ถือว่าได้อ่านตอนจบ ฮ่าาาา

ไปแล้วววฟิ้ววววววววว เจอกันใหม่ เมื่อใจต้องการ

สวัสดี